เรื่องง่ายๆในการเรียนรู้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับสี

สีเป็นสิ่งที่ทำให้โลกของเรานั้นมีความน่าสนใจในหลายๆ ด้านได้อย่างอัศจรรย์ หากมองไปรอบตัวเราก็จะเห็นว่ามีสีสันมากมายให้ได้เห็นเต็มไปหมด คิดดูว่าหากโลกของเราไร้ซึ่งสีสันมันคงเป็นเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกอับเฉาน่าดูเลยทีเดียว เมื่อเป็นเช่นนี้เราลองมาทำความรู้จักเกี่ยวกับความรู้พื้นฐานของสีกันหน่อยดีกว่าว่าเป็นอย่างไร และมีความน่าสนใจมากน้อยขนาดไหน

ความหมายของสีและการเกิดของสี

สี หมายถึง ลักษณะของแสงอันปรากฏขึ้นมาในสายตาของมนุษย์เพื่อให้มองเห็นว่าเป็นสีต่างๆ เช่น สีดำ สีขาว สีแดง สีเหลือง สีเขียว ฯลฯ หรืออีกนัยหนึ่งคือการสะท้อนรัศมีของแสงกลับเข้ามาสู่สายตาของเรา สีที่เรามองเห็นในธรรมชาติเป็นสีอันเกิดจากการสะท้อนของแสงสว่างมาตกกระทบกับวัตถุจนเกิดการหักเหของแสง ว่ากันว่าสีคือคลื่นแสงประเภทหนึ่งจะปรากฏให้เห็นต่อเมื่อผ่านละอองไอน้ำของอากาศหรือแท่งปริซึม

ประเภทของสี

ปกติแล้วสีที่อยู่รอบตัวของเราจะถูกแบ่งประเภทหลักๆ ออกได้เป็น 2 ประเภท ประกอบไปด้วย

  • สีจากธรรมชาติ มี 2 ชนิด คือ สีที่เป็นแสง สีนี้เกิดจากการหักเหของแสง เช่น สีของรุ้ง อีกประเภทเป็นสีในวัตถุ หรือเนื้อสี สีเหล่านี้จะอยู่ในวัตถุต่างๆ ตามธรรมชาติ เช่น สีของสัตว์, พืช, แร่ธาตุ ฯลฯ
  • สีเกิดจากการสร้างขึ้นของมนุษย์ เป็นสีจากการสังเคราะห์สำหรับใช้ประโยชน์ทั่วไป เช่น ใช้ในด้านศิลปะ, อุตสาหกรรม, ด้านพาณิชย์ หรือแม้แต่ในชีวิตประจำวัน สีที่ได้จากการสังเคราะห์สามารถนำมาผสมแล้วกลายเป็นสีอื่นๆ ได้อีกเยอะ

การรับรู้เรื่องของสี

ปกติแล้วการรับรู้เรื่องสีของคนเรานั้นเกิดจากสายตาที่เรามองเห็น ดวงตาจะทำการตอบสนองสีต่างๆ เน้นไปที่แสงสว่างจากดวงอาทิตย์หรือแสงไฟ เริ่มต้นจากการสะท้อนของวัตถุผ่านเข้ามายังนัยน์ตา ความเข้มข้นจากแสงสว่างมีผลต่อเรื่องการมองเห็นสีกับความคมชัดสำหรับวัตถุ คิดง่ายๆ คือ เวลาที่มืดเราจะมองไม่เห็นสีอะไรเลยนอกจากความดำมืด ความพร่ามัว แต่ถ้าหากสว่างเราจะมองเห็นสีต่างๆ ได้ชัดเจนมากขึ้น มีการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ระบุไว้ว่าประสาทสัมผัสของเราไวต่อการรับรู้ สีแดง สีเขียว สีม่วง เร็วกว่าสีอื่น สายตาปกติของคนเราจะแยกสีต่างๆ ได้ถูกต้อง แต่เมื่อใดที่มองเห็นสีปกติเป็นสีอื่นเราเรียกอาการเหล่านี้ว่า ตาบอดสี ซึ่งใครมีอาการเหล่านี้นับว่าเป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตไม่น้อย เช่น ไม่สามารถขับรถได้, ทำงานศิลปะไม่ได้ เป็นต้น