ทฤษฎีสี เรื่องง่ายๆที่ต้องรู้

สำหรับคนเรียนศิลปะพื้นฐานอย่างหนึ่งในการเรียนก็ต้องเป็นเรื่อง ทฤษฎีสี อย่างในวิชาทัศนศิลป์ ทฤษฎีสีนับเป็นแนวทางปฏิบัติในเรื่องการผสมสีพร้อมด้วยผลทางตาจากการผสมสีบางอย่าง มีนิยามของสีด้วยการใช้วงล้อสีอันประกอบไปด้วย แม่สี, สีทุตยภูมิ (สีชั้นที่ 2) และสีตติยภูมิ (สีชั้นที่ 3) ว่ากันว่าหลักการเกี่ยวกับทฤษฎีสีปรากฏขึ้นครั้งแรกจากงานเขียนของเลออน บัตติสตา อับแบร์ตี้ เมื่อราวปี ค.ศ. 1435 กับสมุดบันทึกของลีโอนาร์โด ดา วินชี่ เมื่อราวปี ค.ศ. 1490 ก็ตาม ทว่าสิ่งที่ทำให้ทฤษฎีสีเริ่มต้นขึ้นครั้งแรกอย่างจริงจังคือช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18

เรื่องราวของทฤษฎีสี

แต่เดิมในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 18 นั้น เป็นเรื่องการโต้เถียงแบบการยึดพรรคยึดพวกเกี่ยวกับเรื่องทฤษฎีสีของเซอร์ไอแซก นิวตัน และเรื่องธรรมชาติของแม่สี ทว่านับแต่นั้นเป็นต้นมาก็ได้มีการพัฒนาขึ้นจนเป็นประเพณี ศิลปินอิสระพร้อมกันนี้ได้มีการอ้างแบบผิวเผินในเรื่องการวิเคราะห์เคมีของสีพร้อมด้วยทัศนวิทยาศาสตร์

เรื่องของแม่สี

แม่สีจะประกอบไปด้วยสามสีชั้นต้น พอมีการนำมาผสมกันแล้วจะก่อให้เกิดสีต่างๆ ขึ้นมาอีก โดยแม่สีคือ สีแดง, สีเหลือง และสีน้ำเงิน

สีชั้นที่ 2 หรือ สีทุติยภูมิ

เป็นสีที่เกิดมาจากการผสมของแม่สีในอัตราส่วนที่เท่ากันจนทำให้เกิดเป็นสีใหม่ทั้งหมด 3 สี ประกอบไปด้วย

  • สีส้ม เกิดจากการผสมกันระหว่าง สีแดง กับ สีเหลือง
  • สีม่วง เกิดจากการผสมกันระหว่าง สีแดง กับ สีน้ำเงิน
  • สีเขียว เกิดจากการผสมกันระหว่าง สีเหลือง กับ สีน้ำเงิน

สีชั้นที่ 3 หรือ สีตติยภูมิ

เป็นสีที่เกิดมาจากตัวแม่สีเองทำการผสมกับสีชั้นที่ 2 ในอัตราส่วนที่มีความเท่ากันจนก่อให้เกิดสีใหม่ขึ้นมาอีก 6 สี ประกอบไปด้วย

  • สีส้มแดง เกิดจากการผสมกันระหว่าง สีแดง กับ สีส้ม
  • สีม่วงแดง เกิดจากการผสมกันระหว่าง สีแดง กับ สีม่วง
  • สีเขียวเหลือง เกิดจากการผสมกันระหว่าง สีเขียว กับ สีเหลือง
  • สีเขียวน้ำเงิน เกิดจากการผสมกันระหว่าง สีเขียว กับ สีน้ำเงิน
  • สีม่วงน้ำเงิน เกิดจากการผสมกันระหว่าง สีม่วง กับ สีน้ำเงิน
  • สีส้มเหลือง เกิดจากการผสมกันระหว่าง สีส้ม กับ สีเหลือง

เรื่องสีคู่ตรงกันข้าม

เป็นสีที่ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันในวงล้อสี วิธีดูง่ายๆ คือ เมื่อเรามีวงล้อสีก็แค่ทำการจับคู่โดยลากเส้นตรงจากสีหนึ่งให้ไปถึงสีฝั่งตรงข้ามอีกสีหนึ่ง เมื่อจบตรงไหนก็คือคู่สีกัน