ประวัติ จิตรกรผลงานเลอค่า อาจารย์ไม้ร่ม ธรรมชาติอโศก

เหล่าบรรดาศิลปิน จิตรกร ไม่ว่าจะเป็นใครนอกจากมุมหนึ่งพวกเค้าจะมีความสามารถทางด้านศิลปะจนเป็นที่ยอมรับในสาขาของตัวเองแล้ว อีกด้านหนึ่งเค้าก็มักจะมีอุปนิสัยที่แปลกและไม่เหมือนคนทั่วไปจนทำให้บางคนมองว่าพวกเค้าเหล่านี้ “บ้า” หรือไม่ เหมือนกับ ศิลปินของเราวันนี้ที่เส้นทางของเค้าต้องบอกว่า บ้า ถึงที่สุดคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ นั่นคือ อาจารย์ไม้ร่ม ธรรมชาติอโศก

จากเด็กทั่วไปมาเป็นศิลปิน

อาจารย์ไม้ร่ม ธรรมชาติอโศก ชื่อจริงคือ วิโรจน์ นุ้ยบุตร พื้นเพบ้านเกิดอยู่ที่ ตำบลชลคราม อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎธานี เส้นทางความเป็นศิลปินของเค้าเริ่มต้นหลังจากจบชั้นมัธยมตอนนั้นเข้าเดินทางมากรุงเทพเพื่อเข้าเรียนสถาบันเพาะช่างสถาบันที่มีชื่อเสียงด้านงานศิลปะในยุคนั้น ตอนนั้นเค้าก็ไม่ได้สบายนักแต่เหมือนฟ้ามาโปรด เนื่องจากภาพเขียนของเค้าได้แสดงที่งานบางกะปิแกลลอรี ปรากฏว่า ม.ร.ง.คึกฤทธิ์ ปราโมทย์มาเห็นเข้าจึงท่านชอบงานมากจึงขอเสนอออกทุนส่งเสียให้เรียนจบเพาะช่าง แต่เชื่อไหมว่าความเป็นลูกบ้าของท่านในตอนนั้นสุดจริง เพราะหลังจากนั้นท่านกลับไปมีความขัดแย้งกับ ท่าน ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมทย์ คนให้ทุนกับท่านเอง จนตัวท่านไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากท่านคึกฤทธิ์อีก ผลก็คือท่านต้องไปนอนบนห้องน้ำในบ้านเช่าเนื่องจากราคาถูก

ชีวิตไม่สิ้นก็ต้องดิ้นกันไป

หลังจากนั้นตัวอาจารย์เองก็ต้องดิ้นรนอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้อาจารย์ไม้ร่ม เลือกที่จะใช้เวลาว่างหลังจากเรียนไปหาวาดภาพขายตามถนนแถวสุขุมวิท ปรากฏว่าคราวนี้เค้าได้รับโอกาสอีกครั้ง เป็นทหารจีไอคนหนึ่งเดินมาเห็นผลงานและชื่นชอบอย่างมาก จนทำให้เค้าขอเข้ามาสนับสนุนผลงานและตัวอาจารย์เองจนเรียนจบ คราวนี้อาจารย์เรียนจบจากเพาะช่างจริงๆ

ลูกบ้าที่ไม่เหมือนใคร

หลังจากเรียนจบแล้ว อาจารย์เองก็ได้รับโอกาสไปสอนวิชาศิลปะอยู่ที่โรงเรียนนานาชาติ I.S.B. กรุงเทพ ทุกอย่างเริ่มต้นไปได้ด้วยดี หลังจากสอนไป 6 ปี ไม่ทราบว่าด้วยตัวอาจารย์อิ่มตัว หรือ เบื่อ การสอน อย่างไร ทำให้ตัวอาจารย์ขอลาออกจากที่ทำงานทั้งที่ตอนนั้นอาจารย์มีเงินเดือนประมาณ 60,000 บาท (ในปี พ.ศ. 2528 ถือว่ามากอยู่นะ)

กลับไปใช้ชีวิตกับธรรมชาติ

การลาออกครั้งนี้หลายคนอาจจะมองว่าบ้า แล้วจะยิ่งบอกว่าบ้าของบ้าเข้าไปอีกเมื่อทราบว่า การลาออกครั้งนี้ไม่ได้ไปทำงานที่ไหน แต่เป็นการลาออกเพื่อกลับไปใช้ชีวิตแบบธรรมชาติอยู่แบบสมถะจนถึงปัจจุบัน ถามว่าสมถะแบบไหน ก็อย่างเช่น อาบน้ำสระผม ด้วยดินเหนียว ซักผ้ากับผงขี้เถ้า กินอาหารมังสวิรัติ แปรงฟันด้วยกิ่งข่อย ส่วนการสร้างงานศิลปะท่าเลือกใช้การวาดภาพด้วยควันเทียน เปลวไฟ และวัสดุธรรมชาติอื่นในท้องถิ่นแบบไม่ต้องซื้อหาอะไรเลย ยอมรับเลยว่า แนวคิดของอาจารย์ไม่ธรรมดาจริงๆ